การขับถ่าย และการแก้ปัญหาท้องผูก 4 ระยะ

การขับถ่าย

การขับถ่ายนั้นสำคัญฉไน

ใครๆ ก็สามารถมีสุขภาพที่ดีได้ แต่สุขภาพที่ดีต้องดีมาจากภายใน เนื่องจากร่างกายของคนเรามีอวัยวะที่สำคัญอยู่หลายส่วนและทำงานผสานกันอย่างเป็นระบบ หากระบบใดระบบหนึ่งขัดข้อง ก็จะสะท้อนความผิดปกติออกมาสู่สุขภาพภายนอก

บอกเลยว่าน่ากลัวมาก! หากคุณไม่ขับถ่ายตอนเช้าเป็นประจำ

ในช่วงเวลา 05.00 – 07.00 น. เป็นเวลาของลำไส้ใหญ่ ถ้ายังไม่ยอมขับถ่ายอุจจาระ แล้วปล่อยเวลาให้เลยมาถึง 07.00-09.00 น. ซึ่งเป็นเวลาของกระเพาะอาหาร แล้วไม่ยอมกินข้าวเช้าอีก อุจจาระจากลำไส้ใหญ่ที่ไม่ได้ขับถ่ายออก จะถูกบีบตัวขึ้นมาจากลำไส้ใหญ่ ผ่านลำไส้เล็กขึ้นมาที่กระเพาะอาหาร ก็จะถูกดูดซึมอีกครั้ง ซึ่งในอุจจาระเก่าจะมีแก๊สที่เสียแล้ว เกิดจากการบูดเน่าโดยอุณหภูมิของร่างกายซึ่งมีความร้อน 37 องศาตลอดเวลา ไม่เหมือนกับตู้เย็นที่เก็บได้นานกว่า เพราะฉะนั้นแก๊สพิษเหล่านี้ จะถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด เลือดจึงไม่สะอาด ถ้าเลือดที่ไม่สะอาดไหลไปเลี้ยงส่วนต่างๆของรางกาย ไหลผ่านสมอง หัวใจ ปอด ม้าม ตับ ผิวหนัง ก็จะได้รับพิษจากแก๊สพิษด้วย

บอกเลยว่าน่ากลัวมาก! หากคุณไม่ขับถ่ายตอนเช้าเป็นประจำ

– ก่อนเที่ยงถึงบ่าย อาจจะง่วงนอน เพราะเลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงหัวใจ หัวใจก็อ่อนล้า ไม่สดชื่น

– มีกลิ่นตัว กลิ่นปาก ก็มาจากเลือดที่ไม่สะอาดไปเลี้ยงปอด ปอดก็จะขับออกทางผิวหนังและลมหายใจ ตนเองจะไม่ค่อยได้กลิ่น แต่คนอื่นได้กลิ่น
– ถ้าปล่อยให้ไม่ขับถ่ายในช่วงเวลา 05.00-07.00 น. นานๆ เข้า เป็นระยะเวลาหลายปี เลือดที่ไม่สะอาดไหลผ่านไปเลี้ยงสมอง และไม่กินอาหารมื้อเช้าในช่วงเวลา 07.00-09.00 น. สมองก็จะไม่ได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เมื่อแก่ตัวไปความจำจะเสื่อมเร็ว

– หรือปวดเข่าเมื่ออายุมาก และเป็นริดสีดวงทวาร

  • วิธีแก้ไข
    พยายามขับถ่ายในช่วง 05.00-07.00 น. ถ้าไม่ขับถ่าย ให้กินขมิ้นชันเพื่อบริหารลำไส้ ควรกินข้าวเช้าในทุกวันระหว่างเวลา 07.00-09.00 น

ท้องผูกเกิดจากอะไร

ภาวะท้องผูกเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุหลักๆ ได้แก่

  • การปฏิบัติตัวที่ไม่ถูกต้อง เช่น รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย ดื่มน้ำน้อย ไม่ออกกำลังกายหรือไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย กลั้นอุจจาระบ่อยๆ ซึ่งผู้ที่มีอาการท้องผูกมากถึง 50% มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมหล่านี้
  • การเบ่งถ่ายอุจจาระผิดวิธี แพทย์พบว่า 30% ของอาการท้องผูกเกิดจากการทํางานไม่ประสานกันของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการเบ่งอุจจาระ นั่นคือมีการออกแรงเบ่งพร้อมกับขมิบหูรูดทวารหนักไปด้วย เมื่อแรงเบ่งมีไม่มากพอที่จะเอาชนะแรงต้านบริเวณหูรูด อุจจาระก็ไม่สามารถจะเคลื่อนออกมาได้
  • การทำงานของลำไส้ใหญ่ผิดปกติ หรือภาวะลำไส้เฉื่อย เป็นการที่ลำไส้ใหญ่เคลื่อนไหวน้อยลงทําให้อุจจาระเคลื่อนลงมาช้ากว่าปกติ ซึ่งจะทราบได้จากการตรวจดูการเคลื่อนผ่านของอุจจาระภายในลำไส้ใหญ่ (colonic transit time) โดยให้ผู้ป่วยกลืนเม็ดยาที่มีแถบทึบแสง (sitzmark radiopaque markers) หลังจากนั้น 3 และ 5 วันจึงเอ็กซ์เรย์ดูจำนวน markers ที่เหลืออยู่ในลำไส้ใหญ่ ถ้ายังกระจายอยู่ทั่วไปแสดงว่าลำไส้ทำงานผิดปกติ อย่างไรก็ตาม สาเหตุนี้พบได้น้อยมาก คือ 5-6% เท่านั้น
  • การใช้ยาบางชนิดที่ทำให้ท้องผูก เช่น  ยารักษาอาการซึมเศร้า ยารักษาโรคพวกพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ ยาลดความดันโลหิต ยาลดกรดที่มีส่วนผสมของแคลเซียม หรืออะลูมิเนียม ยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของมอร์ฟีน เป็นต้น

🌐 เว็บไซต์ สั่งซื้อออนไลน์ง่ายๆ 
🛒www.squaralipzthailand.com

🌐ช่องทาง Line : @Lipzthailand หรือ Lipzthailand

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *